กรุสำหรับ มีนาคม, 2008



เด็ก….

Posted in HEY!SAY!JUMP on มีนาคม 28, 2008 by cakiie

วันนี้อยากมาสปอยน้องๆกันเต็มที่…แบบว่าไม่ไหวแล้ว….ที่ผ่านมาก็ไม่ได้ตามงานของน้องเลยซักนิดเดียว (ย้ำ…ว่าไม่ได้ตามเลยจริงๆ) พอกลับมาดูอีกทีก็เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ เอิ่ม…ไม่ได้คิดมากไปเองนะว่าจิเนนเล่นหูเล่นตามากขึ้น (ถึงแม้ว่าดูเผินๆจะปกติก็ตามทีเหอะ) แต่ตานี่วิ้งได้ใจมาก บวกกับทรงผมก็เลยพอจะเดาหน้าตาในอนาคตได้อยู่ลางๆ

ส่วนยามะดะตอนแรกไม่อยู่ในสายตาเลย (แอบรู้สึกผิดว่ะ) แต่พอหาโหลดดูไปเรื่อยๆก็โอเคอ่ะ น่ารักๆๆๆ แต่เสียที่ว่าทำไมต้องคู่กับยาบุด้วยวะ ไม่ชอบเลยยยยยยยย น้องโตขึ้นต้องเหมือนโซวจาแน่ๆ มั่นใจ !!!! 

สำหรับซิงเกิ้ลคราวนี้ พั๊นบอกว่าไม่เพราะแต่ทำไมตูฟังเองแล้วมันก็โอเคดีล่ะวะ แบบว่าให้บรรยากาศกีฬากันได้ดีจริงๆ แถมยังไม่ทิ้งคอนเซ็ป HSJ อีกต่างหาก….โอ้ยยย อยากเจอน้องงงงงงง ยามะ + จิเนนจะน่ารักไปไหนเนี่ย….

++++++++++

แอบนอกรอบ ชอบรูปนี้มากๆๆๆๆ เป็นสัญลักษณ์ของม.วาเซดะล่ะ(หมีใส่ชุดครุย) วันจบได้โอกาสลวนลามก็เลยถ่ายมาให้ดูกันขำๆ อิอิ ชอบบบบบบ

img_0271.jpg

 ++++++++++

วันจันทร์นี้แล้วสินะ เฮ้อ….ทำไมเวลามันผ่านไปเร็วนักวะ แต่ช่างมัน คิดขำๆไว้มันก็คงจะไม่แย่เกินไปหรอก (มั๊ง)



อยากรวย

Posted in ABOUT ME on มีนาคม 15, 2008 by cakiie

สองสามวันนี้ใช้เงินหยั่งกะเบี้ย เหอๆ แบบว่าผลาญพ่อกับแม่แหลกลาน จำได้ว่าแม่ให้มา 2 หมื่น พร้อมกับกระโยคที่ว่า ” ใช้เงินประหยัดๆนะ ” แต่นี่ผ่านมาได้ไม่เท่าไหร่ เหลือไม่ถึง 5 พัน T^T นี่กรูใช้อะไรไปฟระ !!!! 

เมื่อวันศุกร์ไปซื้อชิตะงิ(ขอเว่อร์ใช้ญี่ปุ่นหน่อย - -” แบบว่าใช้ไทยมันแปลกๆอ่ะคำนี้) มา  ตอนที่กำลังซื้อแม่ก็เบรกตลอด ไอ้เราก็ว่าจะพอๆๆๆ คิดว่าซื้อแค่พอใช้ แต่สุดท้ายกลับมาบ้านแล้วลองเอามาเทรวมกัน ปรากฏว่าอย่างกับภูเขาย่อมๆก็ไม่ปาน เหอๆ มันเป็นการซื้อชิตะงิที่เยอะมากที่สุดในชีวิต 555+

ภาพนี้เป็นแท๊กครึ่งบน ส่วนครึ่งล่างยังไม่ได้แกะออก (ยังขี้เกียจซักอยู่ 555 )

 image795.jpg

จริงๆก็ถ่ายภาพเสื้อกันหนาวไว้เหมือนกันนะ แต่เหมือนแสงและสีจะไม่อำนวย ก็เลยคิดว่าไม่เอาลงจะดีกว่า ไว้รอตอนใส่แล้วค่อยถ่ายมาให้ยลโมกันทีเดียวเลยละกัน

สรุปแล้วเหมือนตั๋วคอนน้องจะถูกกว่าที่คิด (มันเป็นแบบที่เจ้าของเค้ายังไม่รู้ที่นั่งอ่ะ ต้องรอบริษัทอีกที) อืมมม เห็นว่าราวๆ 6000 กว่าเยนอ่ะ ซึ่งเราดูที่โยโกฮาม่าฮอล เดือนหน้าโน้น ตอนแรกก็ว่าจะไม่ดูแล้ว แต่ไปๆมาๆ พอพี่เกดบอกว่าตั๋วถูกก็เลยเอาวะ ดูก็ได้ (อยากเห็นยามะ กับจิเนน >__<) ดูรอบวันที่ 6 รอบสุดท้ายพอดี

พอจบจากคอนน้อง….ก็ถึงเวลาเก็บเงินอย่างเดียว เพราะเหมือนเดือน 8-9 อาจจะไม่กลับไทยแล้ว เราก็คงต้องตุนเงินเอาไว้ดูคอนวินส์ เฮเซย์ แล้วก็คัตตุน เหอๆ แบบเอากันให้ตายไปข้าง - -” อยากรู้จริงๆว่าจะมีเงินเก็บเอากลับมาไทยบ้างมั๊ยวะ นึกแล้วอนาถใจ แต่ก็อยากดู ฮือ….ความคิดกับสิ่งที่ควรจะทำมันดูขัดแย้งกันจังเลยอ่ะ

 ป.ล. ไอปุ๋ยบ้า อย่าลืมเก็บอากาศที่ฟลอลิดามาฝากด้วยล่ะ 555



Nervous

Posted in ABOUT ME on มีนาคม 9, 2008 by cakiie

เครียดดดด…..ตอนนี้ประสาทใกล้จะหลอนเต็มทน อ่านหนังสือไม่ทันแล้วอ่า T^T เหลือเวลาอีกไม่ถึงเดือน เหอๆ ยิ่งคิดยิ่งใจหาย จำได้ว่าเพิ่งผ่านเดือนกันยามาเอง นี่อะไรวะ แปล๊บๆจะเมษาแล้ว

เมื่อวันก่อนก็เครียดเรื่องตัวเองด้วย แบบว่าพอมานั่งคำนวนทั้งหมด เลยรู้สึกว่านี่ตูใช้เงินเหยียบแสนคนเดียวเลยหรอวะ ไหนจะยังไม่รวมเงินในอนาคตอันใกล้ที่จะต้องใช้ตะหากอีก เฮ้อ…..นี่สมแล้วจริงๆที่จะโดนไอ้เอกด่าบ่อยๆว่า ” เกิดมาล้างผลาญ ”  (- -a)

ไหนจะมาประสาทกินกับหนังสืออีก เออ….กรูจะตายมั๊ยเนี่ย ตอนเช้าอ่านอิ้ง ตกดึกอ่านญี่ปุ่น ถึงสมองจะแบ่งเป็นฝั่งซ้ายกับขวา แต่อายุเท่านี้มันเพิ่มรอยหยักได้ไม่เร็วเท่าเมื่อก่อนแล้วนะ ฮือ….นี่ขนาดวันนี้อ่านแค่ 4 ช.ม.ก็แทบจะบ้าตาย ประมาณว่าไม่ไหวแล้ววววว พอดีกับเพลง Ageha รันดอมขึ้นมาดี ไอ้เราก็เลยแหกปากลั่นบ้าน (จนโดนด่า) เพื่อระบายความเครียดไปซะงั้น ฮึ่ม……การอ่านหนังสือเนี่ยมันหนักใช่เล่นเลยน้า ~~~

อันนี้เป็นพูริที่ไปถ่ายมาเมื่อวันศุกร์ ตู้นึงเหมือนไปถ่ายที่ร้านขายหลอดไฟ ส่วนอีกตู้เหมือนไปถ่ายที่ร้านขายถ่าน เหอๆ สีโคตรจะต่างกันอ่ะ นี่ขนาดปรับโฟโต้ช๊อปแล้วนะ แต่โทษทีเถอะที่มันออกมาได้เท่านี้ - -”

  001-copy.jpg  002-copy.jpg  003-copy.jpg  004-copy.jpg  006-copy.jpg  008-copy.jpg  005-copy.jpg

ต่อจากนี้คือเวลาซื้อของ จากที่คิดว่าอยากจะอิ๊บเงินแม่เอาไว้จ่ายค่าตั๋วคอนก็เป็นอันทำไม่ลง - -”  แล้วตูจะทำไงดีฟระ เวรกรรมจริงๆ ไม่น่าใช้เงินไปกับการซื้อนิยายเลย ให้ตายสิ  สงสัยต้องอดข้าวเพื่อเคตะ 5555 (ดูน่าสงสารดีม๊ะ)     

ป.ล. เห็นพ่อกับแม่เครียดก็เครียดตาม เซ็งเป็ดดดดดดดดดดดดดดดดด



Alone

Posted in ABOUT ME on มีนาคม 6, 2008 by cakiie

ทั้งๆที่ช่วงนี้มีเรื่องให้ทำเยอะแยะไปหมด แต่ทำไมถึงรู้สึกเหมือนว่าต้องอยู่คนเดียวชอบกลนะ……ที่ผ่านมาก็เข้าใจตัวเองมาโดยตลอดว่าเป็นคนมี ” โลกส่วนตัว ” สูง แต่พอมาคิดๆดูแล้ว เราว่าเราก็ไม่ได้เป็นถึงขนาดนั้น พูดไม่ถูกเหมือนกันแฮะ แต่เราก็มั่นใจว่าเราไม่ได้ขวางโลกเหมือนอย่างที่แต่ก่อนคิดๆกัน อืม…..หรือที่รู้สึกแบบนี้นี่เป็นเพราะกำลังจะต้องไปอยู่ในที่ที่ไม่ชินกันนะ ที่รู้ๆคือมันหดหู่สุดๆเลยอ่ะ

บางครั้ง…มันเหมือนเป็นการท้าทายตัวเองในการที่จะตัดสินใจคิดอะไรอย่างที่แปลกออกไป การเงียบในวงสนทนาที่ทุกคนเฮฮา หรือแม้แต่สีหน้ายิ้มแย้มในขณะที่คนอื่นกำลังเศร้า จริงๆการแสดงออกก็มีความสำคัญ ไม่ว่าจะทั้งคำพูด หรือทางไหนก็ตาม แต่เราคิดว่าเราเป็นคนอย่างที่เก็บความคิดเอาไว้ในหัวมากกว่า ที่ไม่พูด ไม่ใช่ว่าไม่คิด ที่ไม่แสดงออก ไม่ใช่ว่าไม่รู้สึก มันอาจจะกลายเป็นบุคคลิกเราไปแล้วที่ดูเหมือนจะเย็นชา ไม่แยแสใครๆ แต่เรารู้ดีว่าเราไม่ใช่คนแบบนั้น  คนอื่นจะมองยังไงเราไม่มีสิทธิ์ห้าม เพราะประสบการณ์ของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน คนนึงอาจจะมองว่าสิ่งหนึ่งดี ตรงข้ามกับอีกคนนึง ที่มองว่าสิ่งเดียวกันนี้ดูเลวและแย่ยิ่งกว่าเป็นไหนๆ  สรุปแล้ว….คนที่เรารักแสนรัก อาจจะเป็นคนที่คนอื่นจงเกลียดจงชังก็เป็นได้ แล้วเราจะเลือกเป็นฝ่ายไหนล่ะ ??? จะเชื่อใจ ” เพื่อน ” ตัวเองต่อไป หรือจะ ” หักหลัง ”

ความเป็นเพื่อน ดูเหมือนเป็นคำที่สวยหรูนะ ซึ่ง…..เราคิดว่ามันเป็นทั้งสิ่งที่หนาแน่น แต่ก็เปราะบางในเวลาเดียวกัน เราสามารถเลือกได้ว่าอยากให้มันดูชัดเจนขึ้นหรือว่าอยากให้มันเบาบางเสียจนความสัมพันธ์นั้นมันหายไป 

แต่ในเมื่อเป็น ” เพื่อน ” กันแล้ว ทำไมถึงไม่คิดจะรักษามิตรภาพนั้นไว้ล่ะ ฝ่ายตรงข้ามอาจจะทำให้เราหงุดหงิดบ้าง โมโหบ้าง หรือทำอะไรที่ขัดใจเราบ้าง แต่ในทางกลับกัน….เราก็คงต้องเคยทำให้เพื่อนรู้สึกไม่ดีเหมือนกัน……..ใช่มั๊ย ???  แล้วเราจะเคยรู้ตัวบ้างมั๊ยล่ะ ว่าเราเคยทำนั่นทำนี่แล้วเพื่อนเราไม่พอใจ……..ลองถามตัวเองแล้วคิดถึงเพื่อนดูว่าเคยรู้สึกแบบนี้บ้างมั๊ย

ที่มาอัพอย่างนี้ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน เหมือนว่าเรากำลังอยู่ในช่วงอายุวัยทองที่ไม่มีลูกหลานคอยดูแลเสียอย่างงั้น อย่าถือเลย….ช่วงนี้เราแค่รู้สึก Alone ขึ้นมาก็แค่นั้น เฮ้อ…..ความรู้สึกของมนุษย์เนี่ย มันเยอะแยะ มากมาย ซับซ้อนจนแทบจะไม่เข้าใจตัวเองเลยซะจริงๆ

ป.ล. วันนี้อัพอะไรไม่รู้เรื่อง มือมันไปเองอ่ะ  บ้าได้อีกมั๊ยล่ะ (- -”)

Audio clip: Adobe Flash Player (version 6 or above) is required to play this audio clip. You also need to have JavaScript enabled in your browser.



นานิโมไน่

Posted in ABOUT ME on มีนาคม 4, 2008 by cakiie

สรุปว่า….ไป 31 มีนาคม 2551 เวลา 23.30 น. !!!!!!

-> เขียนบอกไว้หนาขนาดนี้คงพอแล้ว คือเข้าใจอารมณ์เพื่อนแหละนะที่จะถามถึง แต่ถ้าถามทุกวันวันละ 2 หนนี่มันก็กะไรอยู่นะเว้ย เพราะฉะนั้นตอนนี้ไม่รับคำถามว่า ” ไปวันไหน ” แล้วนะ (จริงๆไม่ใช่ว่ารำคาญหรอก แต่พอบอกทีไรมันหดหู่ขึ้นมาซะทุกทีน่ะสิ ฮืออ T^T ยังอยากอยู่ไทยให้นานกว่านี้ง่ะะะ)

-> พูดถึงเรื่องวันไป…ก็ไม่วายจะเซ็งเรื่องที่ได้ข่าวว่าน้องจะมาพัทยา ประมาณว่า ” เออ…..ตูก็อยากตามน้องเหมือนกันนะ ” แต่ถ้าลองคิดในความเป็นจริงแล้ว….ว่าต่อให้ยังอยู่ที่นี่…..แต่พ่อกับแม่ก็คงไม่ให้ไปหรอก…. เพราะฉะนั้นผลลัพท์ที่ได้ก็คงไม่ต่างกัน - -” ก็เลยพยายามไม่คิดอะไรมาก เอาไว้ถ้ามีโอกาสหน้าค่อยว่ากันดีกว่า ตอนนี้เครียดเรี่องเรียนดีกว่ามั๊ยตู T^T

-> ไป 31 นี้ แต่วันกลับยังไม่แน่นอนเลยอ่ะ ไว้ใกล้ๆแล้วจะมาบอกอีกทีเด้อเพื่อนๆ (ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับความเป็นห่วง)

+++++++++++++++++++++++++++++

 -> วันจันทร์นี้ปุ๋ยก็จะไปอเมริกาแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเราได้พบกันเมื่อไหร่ก็จะถือว่าเป็นครั้งท้ายสุดสำหรับการจะได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง (งงมั๊ยเนี่ย 555+) เอาเป็นว่าก็พยายามมากๆแล้วกัน แกพยายามอยู่ที่อเมริกา ส่วนชั้นก็จะพยายามอยู่ที่ญี่ปุ่น ไว้กลับมาอีกทีแกก็พูดอิ้งซะ แล้วชั้นจะได้พูดญี่ปุ่น (??~) จะได้คุยกันไม่รู้เรื่อง ฮ่าๆๆๆๆ

 -> เรื่องเซียมซีก็ด้วย อย่าคิดมากเว้ยๆๆๆๆๆ ทำให้ดีที่สุดก็พอ (อันนี้บอกตัวเองด้วย ฮืออ)

+++++++++++++++++++++++++++++

-> วันศุกร์ที่ผ่านมาเหมือนจะเจอเรื่องอะไรเยอะแยะ ที่สำคัญก็คือได้กินเนื้อเป็นครั้งแรก (หัวเราะ) พอดีว่าตรงกับวันเกิดพี่วิน ก็เลยยกขโยงไปกินกัน มันเป็นอะไรที่สนุกโคตรรรร อร่อยด้วยอ่ะ พอดีว่ากินแบบบุฟเฟต์ก็เลยสั่งกันระนาว ฮาได้อีก >___<  อันนี้ถ่ายภาพเนื้อชิ้นแรกในชีวิตมาให้ดูกัน 5555+ เห็นแล้วก็อยากกิน หุหุ

2.JPG

-> หลังจากที่เมามันกับร้านเนื้อจนได้ที่ก็ไปกินไอติมกันต่อ แต่นั่นมันไม่สำคัญเท่ากับตอนกลับบ้าน พอดีว่าต้องไปแวะลงสยาม ตอนนั้นก็….ทุ่มครึ่งได้แล้วมั๊ง แถมไม่ได้บอกแม่ไว้อีกว่าจะกลับดึก ก็เลยรีบจ้ำๆๆๆๆๆ แต่ท้ายที่สุดก็ต้องมาหยุดยืนอยู่ข้างเวที AIS เพราะน้องพิท (รักแห่งสยาม) มาโปรโมทหนังสั้นของพี่มะเดี่ยวเรื่องใหม่ มันเป็นอะไรที่แบบบังเอิญโคตรรร แล้วด้วยความโง่หรือเซ่อของตัวเองก็ไม่รู้ที่เดินหน้าตายผ่านทางหลังเวที (ใจจริงกะเดินจากต้นซอยไปท้ายซอยเท่านั้นเอง) แล้วก็บังเอิญเห็นว่าเป็นวิวดี (มากๆ) ก็เลยยอมยืนดูต่อ คือ คือ คือพิทน่ารักมากอ่ะ ดูเหมือนจะแตกสาวยิ่งกว่าตอนไปตามแรกๆนะเนี่ย ไอ้เรายืนบนฟุตบาทติดขอบ เลยรู้ได้ว่าน้องท่านสูงมากมายขนาดไหน แต่นะ…..ได้เห็นตอนที่เลิกเพ้อไปแล้วมันก็แค่นั้น เพียงแต่คิดว่ามันช่างประจวบเหมาะอะไรเช่นนี้ เพราะวันนั้น บีทีเอสมันดันย้ายสายไปหมอชิตกระทันหัน เราก็เลยต้องนั่งย้อนกลับมาลงสยาม แถมถ้าไม่เดินผ่านซอยนั้นก็คงไม่ได้เจอน้องอีก  คือทุกอย่างมันทำให้ได้เจอพิทอ่ะ เลยรู้สึกดีนิดๆ 555+ จากนั้นก็เลยบ้าไปเลยค่ะ โทรไปกรี๊ดกร๊าดกับกบน้อยซะยกใหญ่ ฮาโคตรรรอ่ะ เสียดายที่เรื่องใหม่นี้โอ้ไม่ได้เล่นด้วย ไม่งั้นก็คงได้เห็นไปแล้ว หุหุหุ

+++++++++++++++++++++++++++++

ป.ล. อยากจัดการบล๊อคให้เรียบร้อยกว่านี้ แต่ยังไม่มีเวลาเลยอ่ะ รอก่อนๆๆๆ

ป.ล. เมื่อไหร่กรูจะอ่านญี่ปุ่นจบวะ เดี๋ยวนารุโตะ เดี๋ยวดรากอนบอล แม่งง~~~ (บ่นตัวเอง)

+++++++++++++++++++++++++++++

สุดท้าย…ขอทิ้งข้อความโดนๆเอาไว้ซะ 1 ประโยค (พอดีได้ยินทางวิทยุมา)

” สิ่งที่จะทำให้หัวใจที่ตายไปแล้วกลับมามีชีวิตใหม่ได้อีกครั้งก็คือ หนึ่งความแค้น และสองคือ….ตวามรัก “